เปิดวิชั่น! บอสเอเชียนไลฟ์
ปลุกกระแสธุรกิจขายตรงสีขาว
 


เปิดวิชั่น! บอสใหญ่ขายตรงเอเชียนไลฟ์ “ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา” สุดยอดนักวิทยาศาสตร์ชาวไทย กับมุมมองการปลุกกระแสการทำธุรกิจ “ขายตรงสีขาว” ช่วยชาติ ช่วยอุตสาหกรรม ช่วยคนไทยให้มีงานทำ พร้อมชักชวนสมาชิกขายตรงสวมใส่เสื้อ “ฉันรักประเทศไทย” ปลูกฝังการทำธุรกิจขายตรงอย่างถูกต้อง และมีจรรยาบรรณ


นับเป็นแนวคิดริเริ่มที่ควรแก่การมีส่วนร่วมด้วยช่วยกันเป็นอย่างยิ่ง สำหรับคนในวงการธุรกิจเครือข่ายขายตรง กับแนวความคิดการทำธุรกิจ “ขายตรงสีขาว” เพื่อการสร้าง การยอมรับให้เกิดกับประชาชน ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมขายตรง และช่วยคนไทยให้มีงานทำ อีกทั้งยังสามารถช่วยขจัดขบวนการแชร์ลูกโซ่ให้ออกไปจากวงจรธุรกิจเครือข่าย ขายตรงได้อีกด้วย หากทุกบริษัทพร้อมใจกันปฏิวัติการดำเนินธุรกิจสู่ความคิดการทำธุรกิจ “ขายตรงสีขาว”

เปิดวิชั่น ‘ขายตรงสีขาว’

ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา นักวิทยาศาสตร์คนไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลก ประธานกรรมการ บริษัท เอเชียนไลฟ์ จำกัด บริษัทขายตรง ในเครือบริษัท เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของแนวคิดการทำธุรกิจ “ขายตรงสีขาว” เปิดใจให้สัมภาษณ์กับ “สยามธุรกิจ” ว่า ความเป็นมาเป็นไปของโครงการการทำธุรกิจขายตรงสีขาว ไม่ได้มีอะไรสำคัญมากไปกว่า การทำธุรกิจขายตรงให้ถูกต้องตามกฎหมาย ยึดกติกา ยึดผลประโยชน์ของผู้บริโภค หรือประชาชนเป็นหลัก เพื่อสกัดกั้นขบวนการแชร์ลูกโซ่ ที่อาศัยช่องโหว่ เข้ามาแอบอิงธุรกิจขายตรง เพื่อการกระทำผิดกฎหมาย หรือหลอกลวงประชาชน โดยการเริ่มต้นปลุกจิตสำนึกสมาชิก ภายในบริษัทของตัวเองก่อน และหากทุกบริษัท กระทำได้เหมือนกันทั้งหมด อุตสาหกรรมขายตรงก็จะได้รับการยอมรับจากประชาชน

อีกทั้งการทำธุรกิจขายตรง สมาชิกมิได้เพียงแต่ทำธุรกิจเพื่อตัวเองเท่านั้น แต่ต้อง รู้จัก “รักประเทศไทย” ด้วย โดยในการอบรม หรือจัดสัมมนาสมาชิกทุกครั้ง บริษัทจะปลูกฝั่งการมีส่วนร่วมทางสังคมเข้าไปด้วย เพื่อให้เขาเกิดความกล้าหาญ หรือกล้าแสดงออก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความถูกต้องให้เกิดกับสังคมไทย

“เอเชียนไลฟ์เป็นบริษัทขายตรงที่ตั้งขึ้นมา เพื่อที่จะเอาผลงานวิจัยและพัฒนาวิทยา ศาสตร์ไทย มาทำเป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อจำหน่าย ทั้งตลาดในประเทศไทย และตลาดโลก ถือเป็น การพัฒนาวิทยาศาสตร์ให้ไปสู่การตลาด หรือ พัฒนาจากห้องทดลองไปสู่ตลาด ซึ่งในการทำงาน ทุกสิ่งทุกอย่าง ในแต่ละขั้นตอน จะต้อง อาศัยความรู้สึกและความตั้งใจที่ชัดเจน เพราะ ว่า กว่าที่จะมีผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดที่เกิดขึ้นจากการวิจัยสามารถออกไปสู่ตลาดได้ นั้น จะต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างมาก เรียกว่า ผลิต ภัณฑ์แต่ละชนิดที่ออกมา ล้วนมีเส้นทางการเดินอันยาวไกลทั้งสิ้น

ขณะนี้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของเอเชียนไลฟ์ เป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่สามารถทำได้ โดยการวิจัยและ พัฒนาวิทยาศาสตร์เสร็จสมบูรณ์ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสู่ตลาดโลก ในลักษณะที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานสากล และมีผลทางด้านวิทยาศาสตร์ชัดเจน โดยที่ไม่มีข้อสงสัย ซึ่ง “เอเชียนไลฟ์” สามารถทำได้หนึ่งเดียวในโลก และการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง จนได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ ก็เปรียบเสมือนหนึ่งได้ช่วยชาติ และถือเป็นการแสดง ออกว่า “รักประเทศไทย” แล้ว

ทำไม! ถึงบอกว่า เอเชียนไลฟ์เป็นหนึ่งเดียวในโลก เพราะว่า ประการแรก...เราใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ภายในประเทศ ไม่มี การนำเข้ามาแต่อย่างใด ประการที่สอง...การ ใช้การวิจัยของเราเอง ซึ่งเริ่มวิจัยมาตั้งแต่ 32 ปีที่แล้ว และทำต่อเนื่องมาด้วยทีมงานวิจัยที่เป็นสหวิชาการ คือ จากหลายๆ วิชาการ เข้ามาร่วมกัน ทำอย่างครบวงจรตามมาตร ฐานสากล แล้วก็สามารถนำผลิตภัณฑ์ที่เราทดสอบ หรือทดลองทางวิทยาศาสตร์ออก สู่ตลาดโลกได้

ปลุกจิตสำนึกรักชาติ

ขณะนี้กล้าพูดได้เลยว่า เอเชียนไลฟ์เป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ทำได้ ด้วยเพราะเรามีความเชื่อมั่นว่า เราเป็นบริษัทที่ยึดมั่นถือมั่น ความถูกต้อง และความชัดเจนทางด้าน วิทยาศาสตร์ โดยหวังว่า สิ่งที่เราทำนั้น จะมีส่วนช่วยประเทศชาติได้บ้างไม่มากก็น้อย

หากจะถามว่า ช่วยประเทศชาติอย่างไร บอกได้เลยว่า เราช่วยในแง่ที่ว่า สามารถช่วย ให้ทรัพยากรของประเทศ อย่างมังคุดสามารถ ทำให้มีมูลค่าเพิ่มได้ และยังสามารถช่วยคนไทยที่เข้ามาในระบบเครือข่ายของเอเชียนไลฟ์ ให้มีรายได้ที่ดีขึ้นด้วย นั่นย่อมจะแสดงให้เห็น ว่า อุดมการณ์หรือจิตสำนึกในการทำธุรกิจขายตรงของเอเชียนไลฟ์เป็นอย่างไร เราต้องการทำธุรกิจขายตรงสีขาว ต้องการให้สมาชิกทุกคนทำธุรกิจอย่างถูกต้อง มีความรักในอาชีพ รักที่จะให้ความช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน แค่ทำธุรกิจขายตรงสีขาว ก็ถือว่า ได้ ช่วยชาติแล้ว

ที่ผ่านมา เอเชียนไลฟ์ได้มีแนวคิดที่จะปลูกฝั่งจิตสำนึกให้กับสมาชิก โดยเลียนแบบแนวคิดมาจากโครงการของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ภายใต้โครงการ “ฉันรักประเทศไทย” ซึ่งเป็นโครงการที่มีการพูดถึงกันบ่อยมากในภาคธุรกิจ ที่ต้องการปลูกจิต สำนึกให้กับพนักงาน และคนไทยได้มีความรู้สึกเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยให้คนไทยได้ย้อนกลับมามองตัวเองว่า ที่ผ่านมา เรารักประเทศไทยจริงหรือไม่ ซึ่งไม่จำเป็นต้องระบุเฉพาะเจาะจงว่า จะเป็นกลุ่มไหน หากรักประเทศ ไทยจริง ทำไมถึงปล่อยให้ประเทศชาติเผชิญวิบากกรรมอย่างนี้มานานถึง 7-8 ปีแล้ว เปรียบเสมือนธุรกิจขายตรง ที่ต้องถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องยกระดับ เพื่อการหลุดพ้นบ่วงกรรมที่ถูกมองว่า เป็นธุรกิจหลอกลวง ทั้งๆ ที่เป็นธุรกิจช่วยชาติ ฉะนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องเริ่มต้น จากตัวของเราก่อน ในการทำธุรกิจขายตรงสีขาว เพื่ออุตสาหกรรมขายตรง และคนไทยทั้งชาติ

วันนี้ หากเราจะพูดว่า “ฉันรักประเทศไทย” ก็สามารถพูดได้ดังๆ ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ ฟากการเมืองไหน หรือฝั่งการเมืองไหน หรือสีไหนก็แล้วแต่ ทุกคนสามารถพูดได้อย่างเต็ม ปาก ด้วยความภาคภูมิใจ ที่ออกมาจากใจจริง ไม่ใช่เป็นสิ่งยาก แล้วทุกคนพูดได้ ก็เป็นการสมควรที่เราทุกคนจะต้องทำ เพื่อจะได้มีจิต สำนึกว่า “ฉันรักประเทศไทย” แล้วถามกลับว่า วันนี้เราทำอะไรให้กับประเทศไทยบ้าง เสมือนหนึ่งนักธุรกิจขายตรง หรือผู้ประกอบการขายตรง ต้องถามกลับมาว่า วันนี้ เราทำอะไรให้กับประเทศไทยบ้างเหมือนกัน

ยึดจรรยาบรรณทำธุรกิจ

สำหรับโครงการ “ฉันรักประเทศไทย” โดยส่วนตัวแล้ว เห็นว่าเป็นโครงการ หรือมาตรการที่แยบยล แทนที่จะบอกว่า “หยุดทำร้ายประเทศไทย” ที่ดูเหมือนจะเป็นการต่อต้านอีกฝ่ายหนึ่งอยู่ตลอดเวลา แต่คำว่า “ฉันรักประเทศไทย” ไม่มีใครต่อต้านใคร เพียง แต่ว่า เป็นจิตสำนึกที่ทุกคนควรมี แต่ทว่า ช่วง เวลาหนึ่งกลับขาดหายไป เนื่องจากความขัดแย้งทางสังคม ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่บ่อนทำลาย ประเทศชาติ จึงจำเป็นที่จะต้องดึงสิ่งที่ขาดหายไปกลับคืนมากู้ชาติ หรือซ่อมแซมชาติ

ในขณะที่การทำธุรกิจขายตรง เราก็หวังว่า สิ่งที่เราทำจะเกิดเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ไม่มากก็น้อย เพราะตั้งแต่เริ่มทำ ธุรกิจ เราก็มีแนวความคิดแล้วว่า เราต้องทำ ธุรกิจเครือข่ายที่มีลักษณะธุรกิจสีขาว ในแง่ที่ว่า จะต้องเคารพกฎหมาย ต้องมีจรรยาบรรณ ต้องมีจริยธรรม และต้องมีความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายแบบ WIN-WIN ตลอดจนต้องเสียภาษีทุกบาททุกสตางค์ คือ 100 บาทจากผลประกอบ 7% ก็ต้องเสียภาษีให้กับรัฐบาล ในขณะเดียวกันสมาชิกที่มีรายได้ จากการขายของ หรือแนะนำผลิตภัณฑ์จนเกิดการบริโภคซ้ำ ก็จำเป็นที่จะต้องเสียภาษี 7% เหมือนกัน และหากมีรายได้จากโบนัส ก็ยังต้องเสียอีก 5%

ขณะนี้บอกได้เลยว่า เอเชียนไลฟ์ต้อง การจุดกระแสให้สมาชิกมองเห็นว่า เขาสามารถช่วยประเทศไทยได้อย่างไร ในฐานะที่เขา คือ ผู้หนึ่งที่รักประเทศไทยด้วย เพราะบางครั้งสิ่งที่เขาทำไป เขาไม่รู้ตัวเลยว่า เขากำลังช่วยประเทศชาติ เพราะฉะนั้นหากจะถามว่า คำว่า “รักประเทศไทย” หากจะปลุกจิตสำนึกขึ้นมาใหม่แล้ว จะทำอย่างไรให้เห็นว่า “เรารักประเทศไทย”

ทำง่ายๆ ที่ชัดเจน คือ เมื่อสมาชิกทำรายได้ สมาชิกเสียภาษี หากสมาชิกทำงานมากขึ้น ก็จะมีรายได้มากขึ้น แถมยังสามารถช่วยประเทศไทยได้มากขึ้นด้วย อันนี้เป็นจิต สำนึกที่เราต้องการ ในขณะเดียวกันในจำนวน สมาชิกที่เข้ามาอยู่ในธุรกิจเครือข่ายของเอเชียนไลฟ์นั้น ส่วนมากก็จะเข้ามาเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ที่มีความรู้ และมีประสบการณ์พอที่จะรู้ว่า อะไรผิดอะไรถูก สามารถที่จะแสดงความเห็นที่เป็นกระแสสังคมที่ถูกต้องได้ หรือ เป็นกระแสนำของสังคมได้ เพราะฉะนั้นเราเชื่อว่า สมาชิกของเอเชียนไลฟ์ที่มีอยู่ สามารถ พัฒนาสู่การกล้าแสดงออกที่ถูกต้องได้ เพียงแต่ว่า ยังไม่มีโอกาสแสดงออก เราเลยถือโอกาสทำเสื้อ “ฉันรักประเทศไทย” แจกให้กับสมาชิก พร้อมบอกเขาว่า นอกจากที่เขาจะทำธุรกิจที่ถูกต้องตามลักษณะที่ควรจะทำให้มากขึ้นแล้ว หากมีความคิดที่เป็นประ โยชน์ สามารถที่จะชี้นำสิ่งที่ถูกต้องแก่สังคมได้ ไม่ต้องไปรีรอ ขอให้ร่วมด้วยช่วยกัน

สมาิชิกบริษัทเอเชียนไลฟ์ รวมใจใส่เสื้อ "ฉันรักประเทศไทย"


จับสมาชิกใส่เสื้อ ‘รักประเทศไทย’

คนไทยไม่ใช่ว่า ไม่ฉลาด แต่คนไทยเป็นคนขี้เกรงใจ และความเกรงใจตรงนี้เองที่ทำให้ คนไทยไม่กล้าแสดงออก แม้แต่เรื่องที่ถูกต้อง ทั้งๆที่การแสดงออกว่า “ฉันรักประเทศไทย” เป็นเพียงสิ่งที่ง่ายๆ ต้องพูดออก มาดังๆ ด้วยความภาคภูมิใจ แต่การที่เราจะพูดว่า อะไรถูกอะไรผิดต่อไป มันก็ต้องอาศัยความกล้าเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เราก็ต้องไม่รีรอ เมื่อเห็นว่า อะไรถูก เราก็ต้องกล้าพูดออกมา เพื่อที่จะให้พลังเงียบที่ยังเป็นอยู่ได้ออกมาแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้องบ้าง ไม่ใช่นิ่งเงียบอยู่จนเป็นภัยเงียบ หากคนไทยไม่กล้าแสดง ออก ยิ่งเป็นคนที่มีความรู้ และมีประสบการณ์ ด้วยแล้ว มีอะไรผิด มีอะไรถูก หากไม่แสดง ออกแล้ว ประเทศไทยก็ยังจะต้องเผชิญกับความบอบช้ำกันต่อไป

ในขณะที่คนที่ไม่มีเจตนาดีต่อประเทศชาติ กลับกล้าแสดงออกอยู่ตลอดเวลา ก็จะทำให้สังคมทั่วไปมีแต่ความเลอะเลือน ประชา ชน ทั้งหลายหรือเยาวชน คิดว่า โกงก็ได้ โกง แล้วรวย ถือว่าเป็นเรื่องถูก อย่างนี้สืบเนื่อง จากว่า ไม่มีการพูดกัน แสดงความรู้สึกลึกๆใน สิ่งที่ถูกต้องให้กับสังคมรับรู้กัน เราก็อยากให้สมาชิกของเอเชียนไลฟ์ออกมาร่วมด้วยช่วย กัน นอกเหนือจากว่า ทำธุรกิจแล้ว ก็ยังต้องช่วยเหลือประเทศชาติด้วย เพราะฉะนั้นในการ อบรมทุกครั้ง เราจะผนวกสิ่งเหล่านี้เข้าไปด้วย

เสื้อ “ฉันรักประเทศไทย” ที่เราแจกให้ กับสมาชิก เป็นเสื้อสีขาว ก็เลยถือเอาเป็นสัญ ลักษณ์ของธุรกิจ “ขายตรงสีขาว” ภายใต้โครงการ “ฉันรักประเทศไทย” เมื่อสมาชิกสวมใส่ อาจจะซึมซับอุดมการณ์เข้าไปบ้างไม่มากก็น้อย ยิ่งเมื่อเราแทรกด้วยการอบรมเพิ่ม เชื่อว่า จะสามารถยกระดับคุณธรรมจริยธรรม จรรยาบรรณ ความเป็นประชากรที่ดีของประเทศชาติในหมู่มวลสมาชิกเอเชียนไลฟ์ได้

สุดยอดผลิตภัณฑ์ BIM ช่วยชาติ

การทำธุรกิจเครือข่ายสีขาว ถือเป็นการแสดงความมั่นใจให้กับผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ ที่จะเข้ามาร่วมเครือข่ายว่า ผลงานวิจัยของเอเชียนไลฟ์เป็นหนึ่งเดียวในโลก ที่ทำงานวิจัยเกี่ยวกับมังคุดมาอย่างต่อเนื่อง และยาว นานที่สุดในโลกกว่า 32 ปี และก็มิเคยหยุดนิ่ง ในการพัฒนา หรือหยุดอยู่ที่ผลิตภัณฑ์มังคุด เพราะการใช้ผลิตภัณฑ์จากมังคุดอย่างเดียว สารสกัดจากมังคุดอย่างเดียวมันเชยแล้ว แต่เราจะเอาสารที่ดีที่สุดของมังคุดออกมาใช้เสริมกับประสิทธิภาพกับสารสกัด จากธัญพืชและผลไม้อื่นๆ เป็นสูตรผสมพิเศษ กลายออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ Operation BIM

ผลิตภัณฑ์ Operation BIM เป็นปฏิบัติ การสร้างภูมิคุ้มกันที่สมดุล ทำภูมิคุ้มกันร่าง กายให้สมดุล ที่เรียกว่า ปฏิบัติการ เพราะว่า ทีมงานวิจัย BIM ได้ร่วมทำงานกันมาอย่างยาวนาน และที่ผ่านมา ก็เคยมีการร่วมงานระหว่างหลายๆ มหาวิทยาลัย แล้วก็หลายๆองค์กร ทั้งทางภาครัฐและภาคเอกชน ทำ การวิจัยชิ้นงานใดชิ้นหนึ่ง ที่เป็นยิ่งกว่างานวิจัย จึงเกิดการปฏิบัติการทำเกิดผลในเชิงปฏิบัติ ก็คือ ทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ดีขึ้น และมีความสมดุลมากขึ้น

ภูมิคุ้มกันที่สมดุลมากขึ้นเกิดขึ้นจากอะไร เราศึกษาแล้ว ก็มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ชัดเจน แล้วก็เอาผลิตภัณฑ์ของเราไปทดสอบ แล้วก็พบว่า มันไปลดอาการภูมิแพ้ในร่างกาย ลดอาการอักเสบในร่างกาย ซึ่งทั้ง 2 ส่วน เกิดขึ้นเนื่องจากมีสารตัวหนึ่งในเม็ดเลือดขาว คือ สาร interleukin-1 มากเกินไป คือหมาย ความว่าสารตัวนี้ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของเรา คิดว่า อวัยวะบางส่วนที่มันเกิดปัญหา เป็นสิ่งแปลกปลอม มันก็ไปโจมตี ฉะนั้นมันก็เกิดอาการที่ไม่ปกติกับอวัยวะ อาการเหล่านี้ อย่าง เช่น เบาหวาน ตับอักเสบ ไตวาย กระเพาะ รูมาตอยด์ SLE พวกนี้คือโรคแพ้ภูมิตัวเองทั้งนั้น

ในขณะเดียวกันความผิดปกติของร่างกายที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อไวรัส หรือแม้กระทั่งมีเซลล์มะเร็ง เกิดขึ้นเนื่องจากเรามีภูมิคุ้มกันจากเม็ดเลือดขาวน้อยเกินไป เนื่องจากมีสาร interleukin-2 น้อยเกินไป อย่างนี้ถ้าเราสามารถสร้าง interleukin-2 เม็ดเลือดขาวก็จะมีความแข็งแรงมากขึ้น พอแข็งแรงมากขึ้น ก็สามารถเขมือบสิ่งแปลกปลอม คือ เชื้อรา เชื้อแบค ทีเรีย เชื้อไวรัส แล้วก็เซลล์มะเร็งในเม็ดเลือดขาวมากยิ่งขึ้น เมื่อลด interleukin-1 และเพิ่ม interleukin-2 ได้ เราก็ปรับสมดุลในร่างกายได้ เมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่สมดุลแล้ว ร่างกายก็จะดูแลรักษาตัวเราเองได้

ทั้งหมด คือ กลไกการออกฤทธิ์ ซึ่งเล็ก กว่านาโนเทคโนโลยี แต่คนมักจะไม่ค่อยรู้กัน อย่างไรก็ตาม การออกฤทธิ์ของมัน จะไปออก ฤทธิ์จากผลิตภัณฑ์อาหาร สิ่งที่เราใช้อยู่ตอนนี้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เป็นอาหารทั้งนั้น เช่น บัวบก งาดำ ฝรั่ง ถั่วเหลือง และมังคุด เพียง แต่เราคัดสุดยอดของมันมาผสมกัน แล้วก็ทำให้ประสิทธิภาพสูงขึ้น 3-5 เท่าตัว ฉะนั้นศาสตร์ตรงนี้เป็นศาสตร์ในการเสริมฤทธิ์ ซึ่งเรามีหนึ่งเดียวในโลก เป็นเพราะเราอยู่กับมัน 32 ปี

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ ปีที่ 15 ฉบับที่ 1,024 ประจำวันที่ 19-21 สิงหาคม 2552

 

 

กลับหน้าหลัก
 
 
 

Copyright @ 2008 Asianlife Co., Ltd. Created by Globalgate Consulting Co., Ltd.